นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว เยี่ยมชมธุรกิจที่มีศักยภาพในแขวงภาคใต้ของ สปป. ลาว

นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว เยี่ยมชมธุรกิจที่มีศักยภาพในแขวงภาคใต้ของ สปป. ลาว

วันที่นำเข้าข้อมูล 24 พ.ย. 2566

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 24 พ.ย. 2566

| 419 view

          ระหว่างวันที่ ๘ - ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว และคณะ เดินทางเยือนแขวงอัตตะปือ แขวงเซกอง แขวงสาละวัน และแขวงจำปาสัก เพื่อพบหารือกับผู้บริหารระดับสูงของแขวงฯ และเยี่ยมชมธุรกิจที่มีศักยภาพ ดังนี้

๑. แขวงอัตตะปือ

          เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ นายกรัฐมนตรีฯ พบหารือกับพลตรี วันทอง กองมะนี รักษาการเจ้าแขวงอัตตะปือ ซึ่งรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้สินโครงการลงทุนของรัฐซึ่งบรรลุผลสำเร็จร้อยละ ๗๖ ของแผนการประจำปี และสามารถดึงดูดการลงทุนที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ๙ โครงการ มูลค่าการลงทุนประมาณ ๒.๗ ล้านดอลลาร์สหรัฐ

          จากนั้นนายกรัฐมนตรีฯ ลงพื้นที่บ้านอุดมไซ เมืองสะหนามไซ ซึ่งเป็น ๑ ใน ๓๑ หมู่บ้านของแขวงฯ ที่ได้รับคัดเลือกเป็นหมู่บ้านสำคัญด้านการปลูกข้าว พืชผัก และการเลี้ยงสัตว์เพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคภายในแขวงฯ ต่อมานายกรัฐมนตรีฯ เดินทางไปเยี่ยมชมบริษัทเอกชนเวียดนาม Hoang Anh Attapeu Agriculture Development Co., Ltd. ที่เมืองไซเสดถา ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาด้านการเกษตร อาทิ ฟาร์มโค การปลูกต้นไม้อุตสาหกรรมและผลไม้ โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร และอื่น ๆ ซึ่งสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนท้องถิ่น

. แขวงเซกอง

          เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ นายกรัฐมนตรีฯ เป็นประธานในพิธีเปิดการติดตั้งเสากังหันลมต้นแรกของโครงการ Monsoon Wind Farm ที่เมืองดากจึง แขวงเซกอง โดยมีนายเหล็กไหล สีวิไล เจ้าแขวงเซกอง พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม   

          นายณัฐ หุตานุวัตร กรรมการและผู้จัดการบริษัท Monsoon Wind Power Co., Ltd. ระบุว่า โครงการฯ มีกำลังการผลิต ๖๐๐ เมกะวัตต์ มูลค่าการก่อสร้าง ๙๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งอยู่ในเขตเชื่อมต่อระหว่างเมืองดากจึง แขวงเซกอง และเมืองซานไซ แขวงอัตตะปือ โดยจะติดตั้งเสากังหันลมทั้งหมด ๑๓๓ ต้น (เมืองดากจึง ๑๑๐ ต้น และเมืองซานไซ ๒๓ ต้น) เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๖๖ ปัจจุบันมีความคืบหน้าร้อยละ ๓๐ และคาดว่าจะแล้วเสร็จและจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่เวียดนามในช่วงปลายปี ๒๕๖๘ ขณะที่เจ้าแขวงฯ ได้กล่าวชื่นชมบริษัทฯ ที่ลงทุนในโครงการฯ ซึ่งเป็นโครงการยุทธศาสตร์ของแขวงฯ และเป็นโครงการไฟฟ้าพลังงานลมแห่งแรกของ สปป. ลาวที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาพลังงานของประเทศและโลกในการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในปี ๒๕๙๓ รวมทั้งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยการสร้างอาชีพที่จะมีส่วนช่วยแก้ไขความยากจนของประชาชนในท้องถิ่น

          ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ นายกรัฐมนตรีฯ พบหารือกับนายเหล็กไหล สีวิไล เจ้าแขวงเซกอง ซึ่งรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน (GDP) แขวงเซกองในปี ๒๕๖๖ จะขยายตัวร้อยละ ๕.๕ คิดเป็นมูลค่า ๒,๖๘๕ พันล้านกีบ (ประมาณ ๔,๓๓๑ ล้านบาท) แบ่งเป็น ภาคการเกษตรขยายตัวร้อยละ ๔.๙๕ คิดเป็นร้อยละ ๓๖.๗๒ ของ GDP ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ ๗.๙๘ คิดเป็นร้อยละ ๒๙.๗๙ ของ GDP และภาคบริการขยายตัวร้อยละ ๓.๘๕ คิดเป็นร้อยละ ๓๓.๔๙ ของ GDP

          ในช่วงเดือนมกราคม - ตุลาคม ๒๕๖๖ แขวงฯ ส่งออกสินค้าคิดเป็นมูลค่า ๒๓๓.๔๖ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วย พลังงานไฟฟ้า ถ่านหิน และผลผลิตกสิกรรม ขณะที่สินค้านำเข้ามูลค่า ๘.๙๗ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ในช่วงดังกล่าวการลงทุนในแขวงฯ คิดเป็นมูลค่า ๑,๐๔๒.๑๒ พันล้านกีบ (ประมาณ ๑,๖๘๐.๘๔ ล้านบาท) โดยเป็นการลงทุนของภาคเอกชนภายในและต่างประเทศมากกว่า ๕๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือคิดเป็นร้อยละ ๘๑.๕๖ ของการลงทุนทั้งหมด การลงทุนที่สำคัญ อาทิ เขื่อนไฟฟ้าน้ำอีมูน เขื่อนไฟฟ้าห้วยละแง เขื่อนไฟฟ้าเซขะหมาน ๓ โครงการไฟฟ้าพลังงานลม โครงการพัฒนาด่านสากลดากตะออก - นามยาง (ด่านชายแดนลาว - เวียดนาม) โครงการเลี้ยงโค และการขุดค้นแร่บอกไซด์

          นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีฯ เดินทางไปเยี่ยมชมโครงการโสมสกัดวีแคร์ของนางทิบพะวัน อ่อนมะนีที่เมืองละมาม ซึ่งก่อตั้งในปี ๒๕๖๒ และทดลองแปรรูปโสมก่อนจดทะเบียนวิสาหกิจในปี ๒๕๖๔ ปัจจุบันผลิตโสมสกัดสำเร็จรูปโดยใช้วัตถุดิบโสมธรรมชาติจากเมืองดากจึงร้อยละ ๙๐ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าในการแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชนและพัฒนาเป็นสินค้าหนึ่งเมืองหนึ่งผลิตภัณฑ์ (ODOP) ของแขวงฯ

๓. แขวงสาละวัน

          เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ นายกรัฐมนตรีฯ พบหารือกับ ดร. ดาววง พอนแก้ว เจ้าแขวงสาละวัน ซึ่งรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน (GDP) ของแขวงฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ ๔.๘ โดยในช่วงเดือนมกราคม - ตุลาคม ๒๕๖๖ แขวงฯ ส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ ๙๙.๖๙ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี ๒๕๖๕ คิดเป็นมูลค่า ๒,๑๕๑ พันล้านกีบ (ประมาณ ๓,๔๖๙ ล้านบาท) ส่วนใหญ่ส่งออกไปยังไทยและเวียดนาม โดยมีสินค้าส่งออกหลักคือพืชเศรษฐกิจ อาทิ มันสำปะหลัง กาแฟ ข้าวโพด มันเทศ และกล้วย ขณะที่นำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๑๐.๔ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่า ๕๖๗ พันล้านกีบ (ประมาณ ๙๑๕ ล้านบาท) สินค้านำเข้าหลักคือ วัสดุก่อสร้าง น้ำมันเชื้อเพลิง และสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งนี้ ในช่วงดังกล่าวแขวงสาละวันสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ ๘๓,๑๓๐ คน

          จากนั้นนายกรัฐมนตรีฯ ได้เข้าเยี่ยมชมการพัฒนาโครงการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อการส่งออกของบริษัทเอกชนญี่ปุ่น LAO TSUMURA Co., Ltd. ที่เมืองเล่างาม บนพื้นที่ ๔๗๓ เฮกตาร์ (ประมาณ ๒,๙๕๖.๒๕ ไร่) ทุนจดทะเบียน ๕๘ พันล้านกีบ (ประมาณ ๙๓.๕๕ ล้านบาท) โดยนำพันธุ์พืชสมุนไพรจากญี่ปุ่นมาทดลองปลูกในปี ๒๕๔๘ ก่อนจะเริ่มดำเนินกิจการอย่างเป็นทางการในปี ๒๕๕๓ ปัจจุบันปลูกพืชหลัก ๖ ชนิด ได้แก่ อบเชย ไซโกะ ขิง ส้ม งาม้อน และหมากสำหรับเคี้ยว และเมื่อแปรรูปแล้วจะส่งออกไปจำหน่ายในญี่ปุ่น ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้แก่บริษัทปีละ ๓๐ พันล้านกีบ (ประมาณ ๔๘.๓๙ ล้านบาท) ทั้งนี้ ระหว่างปี ๒๕๖๑ - ๒๕๖๕ บริษัทฯ ชำระค่าตอบแทนให้แก่รัฐบาล สปป. ลาว เป็นมูลค่า ๖.๕ พันล้านกีบ (ประมาณ ๑๐.๔๘ ล้านบาท)

. แขวงจำปาสัก

          เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ นายกรัฐมนตรีฯ พบหารือกับ ดร. วิไลวง บุดดาคำ เจ้าแขวงจำปาสัก ซึ่งรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน (GDP) ของแขวงฯ ในช่วงเดือนมกราคม - กันยายน ๒๕๖๖ คิดเป็นมูลค่า ๒๗,๒๙๐.๕ พันล้านกีบ (ประมาณ ๔๔,๐๑๖.๙๔ ล้านบาท) โดยส่งออกสินค้าคิดเป็นมูลค่า ๒๙๖.๒๘ ล้านดอลลาร์สหรัฐ อาทิ สินค้ากสิกรรม พืชผักภายใต้โครงการ Contract Farming และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแปรรูป ขณะที่นำเข้าสินค้าคิดเป็นมูลค่า ๒๘๖.๗๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วย น้ำมันเชื้อเพลิง ยานพาหนะและอะไหล่ อุปกรณ์ก่อสร้าง อุปกรณ์สำหรับโครงการภายในแขวงฯ และอื่น ๆ ขณะที่ในช่วงเดือนมกราคม - ตุลาคม ๒๕๖๖ การลงทุนภายในแขวงฯ คิดเป็นมูลค่า ๘,๙๑๖.๓๗ พันล้านกีบ (ประมาณ ๑๔,๓๘๑.๒๔ ล้านบาท)

 pm1   pm2นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว เข้าร่วมพิธีเปิดการติดตั้งเสากังหันลมต้นแรกของโครงการ Monsoon Wind Farm ที่เมืองดากจึง แขวงเซกอง

ที่มาภาพ: Facebook - ข่าวเซกอง

 

 

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (ข่าว BIC สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต)

          ๑. กังหันลมชุดแรกของโครงการไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon Wind Farm ขนส่งถึงแขวงเซกอง <https://savannakhet.thaiembassy.org/th/content/monsoonwindfarmaug2023>

          ๒. โครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำอีมูน และเขื่อนไฟฟ้าห้วยละแง แขวงเซกอง จะจำหน่ายไฟฟ้าให้เวียดนามในปี ๒๕๖๗ <https://savannakhet.thaiembassy.org/th/content/cse-namemoun-huaylangaehydropower>

          ๓. กลุ่มบริษัทเอกชนเวียดนาม Truong Hai Group Corporation (THACO) รับช่วงต่อการลงทุนด้านการเกษตรที่แขวงเซกองและแขวงอัดตะปือ <https://savannakhet.thaiembassy.org/th/content/thacosekongattapue>

          ๔. เวียดนามยังคงเป็นผู้ลงทุนหลักในแขวงเซกอง <https://savannakhet.thaiembassy.org/th/content/vietnaminvestmentinsekong2022>

          ๕. บริษัท LAO TSUMURA Co., Ltd. ลงทุนปลูกพืชสมุนไพรที่เมืองเล่างาม แขวงสาละวัน <https://savannakhet.thaiembassy.org/th/content/laotsumurasalavan>

 

แหล่งอ้างอิง

          ๑. ข่าวสารออนไลน์อัตตะปือ ประจำวันที่ ๙ และ ๑๔ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๒๓

          ๒. Lao National Radio ประจำวันที่ ๙ และ ๑๑ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๒๓

          ๓. ข่าวเซกอง ประจำวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๒๓

          ๔. โครงการ Monsoon Wind โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ประจำวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๒๓

          ๕. ข่าวเซกอง ประจำวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๒๓

          ๖. สำนักข่าวประเทศลาว Pathedlao ประจำวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๒๓

          ๗. หนังสือพิมพ์สาละวัน ประจำวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๒๓

          ๘. ศูนย์ข่าวลาวภาคใต้ Southerners News Center ประจำวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๒๓

          ๙. โทรทัศน์แขวงเซกอง ประจำวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๒๓ <https://www.facebook.com/sekong.televersion/videos/1141106433524037>

 

* หมายเหตุ อัตราแลกเปลี่ยน ๑ บาท เท่ากับ ๖๒๐ กีบ / พื้นที่ ๑ เฮกตาร์ เท่ากับ ๖.๒๕ ไร่

********

 

บทความโดย

๑. นางสาวรินรดี วงษ์เล่ห์           นักศึกษาฝึกงาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น

๒. นางสาวณิชาภัทร สีทองเท      นักศึกษาฝึกงาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น