วันที่นำเข้าข้อมูล 22 พ.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 22 พ.ค. 2569
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นางพอนวัน อุทะวง รองรัฐมนตรีและรองประธานผู้ประจำการคณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน สปป. ลาว และนาย Nguyen Trong Lieu ผู้อำนวยการบริษัท ไฟฟ้าเซกะหมาน 4 จำกัดผู้เดียว (Xekaman 4 Power Sole Co., Ltd.) บริษัทในเครือ Viet Lao Power Joint Stock Company (VIETLAOPOWER) ของเวียดนาม ได้ร่วมลงนามสัญญาสัมปทาน (Concession Agreement: CA) โครงการเขื่อนไฟฟ้าเซกะหมาน 4 ที่เมืองดากจึง แขวงเซกอง ในรูปแบบ Build-Operate-Transfer (BOT) โดยมี ดร.มะโนทอง วงไซ รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
โครงการเขื่อนไฟฟ้าเซกะหมาน 4 มีกำลังการผลิต 80 เมกะวัตต์ ระยะเวลาสัมปทาน 25 ปี มูลค่าการลงทุนประมาณ 163.77 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดจะส่งออกไปยังเวียดนาม ขณะที่ สปป. ลาว จะได้รับผลประโยชน์ตามสัญญาในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ รายได้จากภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าภาคหลวงรวม 10.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กองทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม 8.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกองทุนการศึกษาและกองทุนพัฒนาชุมชนให้แก่หมู่บ้านใกล้เคียงและพื้นที่ชายแดนลาว-เวียดนาม 2.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมผลประโยชน์ตามสัญญาทั้งสิ้น มูลค่า 21.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การพัฒนาพลังงานบนแม่น้ำเซกะหมานโดยทุนเวียดนาม ต่อเนื่องจากเขื่อนไฟฟ้าเซกะหมาน 1 (290 เมกะวัตต์) เขื่อนไฟฟ้าเซกะหมานซานไซ (32 เมกะวัตต์) และเขื่อนไฟฟ้าเซกะหมาน 3 (250 เมกะวัตต์) ที่ดำเนินการแล้วเสร็จและส่งไฟฟ้าไปยังเวียดนามแล้ว รวมกำลังการผลิตสะสมของห่วงโซ่นี้ทั้งสิ้น 652 เมกะวัตต์ การลงนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ผลักดันโครงการเข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมการและก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบ สะท้อนทิศทางของ สปป. ลาว ในการพัฒนาศักยภาพพลังงานไฟฟ้าเพื่อการส่งออกตามวิสัยทัศน์ Battery of Southeast Asia
ภาพรวมการพัฒนาพลังงานในแขวงเซกอง
ปัจจุบันแขวงเซกองมีโครงการพัฒนาด้านพลังงานไฟฟ้า จำนวน 51 โครงการ แบ่งตามสถานะ ดังนี้
นอกจากนี้ ยังมีแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ดำเนินการผลิตแล้ว 4 แห่ง กำลังการผลิตรวม 486 เมกะวัตต์ ได้แก่ เขื่อนไฟฟ้าห้วยลำพันใหญ่ (กำลังการผลิต 88 เมกะวัตต์) เขื่อนไฟฟ้าห้วยลำพันตอนล่าง (กำลังการผลิต 15 เมกะวัตต์) เขื่อนไฟฟ้าเซกะหมาน 3 (กำลังการผลิต 250 เมกะวัตต์) และเขื่อนไฟฟ้าน้ำอีมูน (กำลังการผลิต 133 เมกะวัตต์) โดยพลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่ส่งออกไปยังเวียดนามและบางส่วนใช้ภายในประเทศ ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการที่ก่อสร้างเสร็จแล้วและอยู่ระหว่างการทดลองส่งไฟฟ้าไปยังเวียดนามอีก 2 โครงการ ได้แก่ เขื่อนไฟฟ้าห้วยละแง (60 เมกะวัตต์) และโครงการไฟฟ้าพลังงานลมมอนสูน (Monsoon Wind Farm) กำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ ซึ่งมีบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการด้านพลังงานสะอาดสัญชาติไทย (เครือบางจาก) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ความเคลื่อนไหวด้านพลังงานในแขวงเซกองสะท้อนให้เห็นว่าแขวงกำลังกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญด้านการพัฒนาแหล่งพลังงานของลาวใต้ ทั้งพลังงานน้ำและพลังงานลม ภายใต้กรอบนโยบายของรัฐบาล สปป. ลาว ที่ส่งเสริมการลงทุนด้านพลังงานควบคู่กับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาชุมชนในพื้นที่
สำหรับผู้ประกอบการไทย การขยายตัวของโครงการพลังงานในแขวงเซกองแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านทรัพยากรพลังงานของแขวง ซึ่งไทยสามารถเข้าไปมีบทบาท ทั้งในรูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในสาขาเทคโนโลยีและวิศวกรรมพลังงาน หรือการพัฒนาโครงการลงทุนด้านพลังงานในแขวง โดยครอบคลุมพลังงานน้ำซึ่งเป็นรูปแบบหลักที่แขวงมีประสบการณ์ และพลังงานประเภทอื่น เช่น พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งในช่วงที่ผ่านมารัฐบาล สปป. ลาว ให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การลงทุนด้านพลังงานในพื้นที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติและชุมชนท้องถิ่นอาศัยอยู่ จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาผลกระทบและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคม
ที่มาภาพ: Facebook: Vientiane Times และ Facebook: Lao Economic Daily
ที่มาภาพหัวข่าว : Hobo Maps <https://hobomaps.com/Xekaman1dam.html>
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (ข่าว BIC สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต)
แหล่งอ้างอิง
**************