โอกาสของภาคเอกชนภายใต้นโยบายด้านเศรษฐกิจการเกษตรของ สปป. ลาว

โอกาสของภาคเอกชนภายใต้นโยบายด้านเศรษฐกิจการเกษตรของ สปป. ลาว

วันที่นำเข้าข้อมูล 7 เม.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 7 เม.ย. 2569

| 105 view

         เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว กล่าวในพิธีปิดการประชุมประจำปีของกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม สปป. ลาว ที่แขวงจำปาสัก โดยได้มอบนโยบายให้เร่งดำเนินการ6 ข้อ ได้แก่ (1) สร้างความมั่นคงทางอาหารโดยพัฒนาศักยภาพการผลิตปัจจัยการเกษตรภายในประเทศ ทั้งพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ปุ๋ย อาหารสัตว์ และยา เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า (2) บริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยส่งเสริมการปลูกข้าวในฤดูฝนและพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงในฤดูแล้ง (3) จัดตั้งคลังเมล็ดพันธุ์และเสบียงอาหารสำรองเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (4) ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรเพื่อรองรับตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ (5) ส่งเสริมการผลิตในรูปแบบสหกรณ์และสมาร์ทฟาร์ม และ (6) ฟื้นฟูและคุ้มครองป่าไม้ บริหารจัดการสิทธิในที่ดิน และพัฒนาชนบทเพื่อแก้ปัญหาความยากจน

         แขวงจำปาสักและแขวงสาละวันได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวโดยร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจการเกษตร โดยมีโครงการตัวอย่างที่สำคัญ ดังนี้

          1. แขวงจำปาสัก

          คณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนแขวงจำปาสักลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับบริษัทเอกชนเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่แขวงจำปาสัก ได้แก่

          1.1 บริษัท Lao Haixiang Natural Resources Sole Co., Ltd.

          เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ดร.กอละกัน คำมะวง หัวหน้าห้องการคณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนแขวงจำปาสัก และนาย MA Dongjun ผู้อำนวยการบริษัท Lao Haixiang Natural Resources Sole Co., Ltd. ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ปลูกและใช้ประโยชน์จากผลลูกสำรองในอุตสาหกรรมแปรรูป บนพื้นที่ 150 เฮกตาร์ (ประมาณ 937.5 ไร่) ของอุทยานแห่งชาติดงหัวสาว บ้านน้ำพาก เมืองปะทุมพอน แขวงจำปาสัก โดยมีนายพิมพอน พันดานุวง รองประธานคณะกรรมการปกครองแขวงจำปาสักและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

          1.2 บริษัท Chanthasak Agriculture Trading Export - Import Sole Co., Ltd.

          เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ดร.กอละกัน คำมะวง หัวหน้าห้องการคณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนแขวงจำปาสัก และนายจันทะสัก หอมสมบัด ผู้อำนวยการบริษัท Chanthasak Agriculture Trading Export - Import Sole Co., Ltd ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการปลูกอ้อยและแปรรูปผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ควบคู่กับการปลูกพืชผสมผสาน (เช่น มะละกอ มะพร้าว และทุเรียน) เพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศบนพื้นที่ 150 เฮกตาร์ (ประมาณ 937.5 ไร่) ของบ้านโนนพะเจ้า และบ้านดอนกอง เมืองสุขุมา แขวงจำปาสัก โดยมีนายพิมพอน พันดานุวง รองประธานคณะกรรมการปกครองแขวงจำปาสักและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

          ความร่วมมือระหว่างแขวงจำปาสักและบริษัทเอกชนทั้ง 2 รายดังกล่าว เป็นความพยายามในการใช้ประโยชน์พื้นที่ปลูกป่าทดแทน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าและการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านการปลูกและแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่สีเขียวที่สร้างรายได้ให้แขวงจำปาสักอย่างยั่งยืน

          2. แขวงสาละวัน

          เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 นายสีวันพะกอน วงบุนทัน หัวหน้าแผนกกสิกรรมและสิ่งแวดล้อมแขวงสาละวัน และนาง ยู ฮอน ซุก ผู้แทนบริษัท U Feel Leaf Co., Ltd. ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการปลูกผลไม้ บนพื้นที่บ้านนาดอนบงและบ้านนาหินโลง เมืองสาละวัน และบ้านนาฮ่องขาม บ้านนาซัน บ้านแก้งน้อย เมืองวาปี แขวงสาละวัน

          โครงการดังกล่าวมีจุดประสงค์ในการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ที่มีความยั่งยืน โดยนำเอาเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่ทันสมัยของเกาหลีใต้มาพัฒนาการเกษตรแบบสมาร์ทฟาร์ม ในรูปแบบการสัมปทานที่ดินของรัฐเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจ ได้แก่ กล้วย สับปะรด มะม่วง และส้มโอ รวมทั้งยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์การเกษตรท้องถิ่น ส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนแขวงสาละวันอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งกระตุ้นมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์การเกษตรให้เพิ่มสูงขึ้นและสามารถส่งออกไปจำหน่ายที่เกาหลีใต้ได้ ทั้งนี้ โครงการฯ มีระยะเวลาศึกษาความเป็นไปได้และดำเนินการเบื้องต้น 9 เดือน (มีนาคม - ธันวาคม 2569)

          นโยบายด้านเศรษฐกิจการเกษตรของ สปป. ลาว ที่มุ่งเน้นความมั่นคงทางอาหารและการเกษตรอย่างยั่งยืน เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยสามารถเข้าไปมีบทบาทได้ในหลายมิติ ทั้งการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีของไทยไปถ่ายทอดไม่ว่าจะเป็นระบบสมาร์ทฟาร์ม การบริหารจัดการน้ำ หรือการร่วมลงทุนผลิตปัจจัยการเกษตรในลาวเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า นอกจากนี้ ที่ตั้งของแขวงจำปาสักและสาละวันที่เชื่อมต่อกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยยังเอื้อต่อการพัฒนาห่วงโซ่การค้าที่เชื่อมโยงกับตลาดไทย ทั้งในด้านการรับซื้อผลผลิต การร่วมลงทุนในโรงงานแปรรูปหรือการใช้ลาวเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรเพื่อป้อนตลาดภูมิภาค

 

PM1     PM2  

นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว กล่าวในพิธีปิดการประชุมสรุปงานของกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม สปป. ลาว ประจำปี 2569 ที่แขวงจำปาสัก

ที่มาภาพ: Facebook: Champamai Newspaper

 

แหล่งอ้างอิง

  1. Facebook: Champamai Newspaper ประจำวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026

<https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0vNDFrAEfFmxsZbBTirva9SHKWBNWsXVPCodqbY3Um4vYpKjCfVetNvMXodmED6MCl&id=100063541602240>

  1. Facebook: Champamai Newspaper ประจำวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 2026

<https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02if2tiYe6HwRrYBdXnLpwJhrMiF6ZXGbjNr4PAu2jwEwhgPTLwyjjbNWVihEUjF6cl&id=100063541602240>

  1. Facebook: Champamai Newspaper ประจำวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 2026 <https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02cMchrRJByGYFHNAA3wxh6FzYsK6pvoi77XXXFvU5SnLMXdudwzT3EVAKgeb16kzwl&id=100063541602240>
  2. Facebook: หนังสือพิมพ์สาละวัน ประจำวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 2026 <https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02aAVjhkRdBtZMAqQdx4QXA82khpfSe3Pa9qspTHiqbUmop54eygS7ABk8AZv5NEiYl&id=100063871050038>

*หมายเหตุ พื้นที่ 1 เฮกตาร์ เท่ากับ 6.25 ไร่

**************