แขวงสะหวันนะเขตขยายกำลังการผลิตทองคำในเหมืองเซโปน และทิศทางนโยบายแร่ธาตุใหม่ของ สปป. ลาว
วันที่นำเข้าข้อมูล 7 ส.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 7 ส.ค. 2569
เหมืองเซโปนขยายกำลังการผลิตทองคำ
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 นายสันติพาบ พมวิหาน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว เป็นประธานในพิธีเปิดเหมืองแร่ใต้ดินแห่งที่ 2 (Discovery Deeps 2 Mine - DD2) ของบริษัท Lane Xang Minerals Limited (LXML) ที่เหมืองทองคำ-ทองแดงเซโปน (เหมืองเซโปน) เมืองวิละบูลี แขวงสะหวันนะเขต โดยมีนางดาววอน ไซสุเลียน ประธานคณะกรรมการปกครองแขวงสะหวันนะเขต นายจันสะแหวง บุนยง รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว นาย Gao Bo รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท Chifeng Jilong Gold Mining Group Limited บริษัทเอกชนจีนผู้ได้รับสิทธิสัมปทาน นายสะหนาม อะเนกา กรรมการผู้จัดการบริษัท LXML และผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม
เหมืองแร่ใต้ดินแห่งที่ 2 เป็นโครงการพัฒนาต่อยอดจากเหมืองแร่ใต้ดินแห่งที่ 1 (DD1) ซึ่งเป็นเหมืองแร่ใต้ดินสมัยใหม่แห่งแรกใน สปป. ลาว มีเป้าหมายเพื่อขยายอายุเหมืองเซโปน เพิ่มปริมาณแร่สำรอง และรองรับการผลิตในอนาคต โดยนับตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการ เหมืองเซโปนสร้างรายได้ทางตรงให้แก่รัฐบาลกว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านภาษี ค่าธรรมเนียม และเงินปันผล รวมทั้งสร้างผลประโยชน์ทางอ้อมคิดเป็นมูลค่าประมาณ 194 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการจ้างงาน การฝึกอบรม โอกาสทางธุรกิจในท้องถิ่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สุขภาพ การศึกษา การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การพัฒนาชุมชน และโครงการด้านสิ่งแวดล้อม
จากถ้อยแถลงของผู้บริหารภาคเอกชนและภาครัฐของ สปป. ลาว ในพิธีเปิดเหมืองแร่ใต้ดินแห่งที่ 2 สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ภาคเอกชนไทยควรคำนึงถึงหากต้องการเข้ามาลงทุนในธุรกิจเหมืองแร่ใน สปป. ลาว เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับแนวทางที่ภาครัฐส่งเสริม กล่าวคือ การให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับมาตรฐานความปลอดภัยและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด ตลอดจนมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดตั้งกองทุนเพื่อชุมชน การสนับสนุนครอบครัวผู้ด้อยโอกาส การฝึกอบรมวิชาชีพ และการพัฒนาธุรกิจท้องถิ่นเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นเกณฑ์ที่ภาครัฐ สปป. ลาว ใช้ประเมินและพิจารณาสนับสนุนภาคเอกชน ดังเช่นกรณีเหมืองเซโปนที่ได้รับการประเมินในระดับ A+
ข้อมูลสินค้าส่งออก-นำเข้าของแขวงสะหวันนะเขต
แผนกอุตสาหกรรมและการค้าแขวงสะหวันนะเขต ระบุว่า แขวงสะหวันนะเขตมีสินค้าส่งออกสำคัญ 5 ลำดับแรกในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ได้แก่ แร่ทองคำผสม มูลค่า 356.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงที่สุดลำดับแรก ตามมาด้วยเยื่อกระดาษและกระดาษเทสไลเนอร์ มูลค่า 341.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยางพารา 95.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ น้ำตาลทราย 78.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทองแดง 69.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่สินค้านำเข้าสำคัญ 5 ลำดับแรก ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค มูลค่า 173.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ น้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน 169.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เศษกระดาษ 91.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ น้ำตาลทราย 73.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอะไหล่และชิ้นส่วนรถ 50.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทิศทางนโยบายด้านอุตสาหกรรมแร่ธาตุของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว ได้จัดการประชุมสัมมนาร่างคำสั่งว่าด้วยการปรับปรุงนโยบายและเพิ่มการคุ้มครองการพัฒนาแร่ธาตุในระยะใหม่ โดยนายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธี ระบุว่า ที่ผ่านมาการพัฒนาของภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่ยังพึ่งพาการขุดค้นและส่งออกแร่ดิบเป็นหลัก การแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มยังมีข้อจำกัด ขณะเดียวกันยังพบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น การขุดค้นที่ไม่เป็นระบบ การลักลอบขุดค้น การละเมิดกฎหมาย กลไกกำกับดูแลที่ซ้ำซ้อนไม่เป็นเอกภาพ มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่ไม่เข้มงวด ปัญหาการจับจองพื้นที่ และการขนส่งน้ำหนักเกินมาตรฐาน รัฐบาล สปป. ลาว จึงกำหนดทิศทางใหม่ให้การพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าวมุ่งสู่การแปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมภายในประเทศ แทนการขุดค้นเพื่อส่งออกแร่ดิบเพียงอย่างเดียวเพื่อสร้างรายได้ สร้างงาน และวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศ จึงต้องยกระดับมาตรฐานการคัดเลือกนักลงทุน โดยเน้นความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความสามารถด้านเทคนิคและการเงิน และการดำเนินงานตามมาตรฐาน ESG เพื่อให้การลงทุนในภาคเหมืองแร่ทุกโครงการมีคุณภาพ รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และสร้างประโยชน์ระยะยาวให้แก่ สปป. ลาว
การปรับทิศทางนโยบายดังกล่าวเปิดช่องทางให้นักลงทุนไทยที่สนใจธุรกิจแปรรูปแร่ธาตุและอุตสาหกรรมต่อเนื่องเข้ามาลงทุนใน สปป. ลาว ได้มากขึ้น โดยผู้ประกอบการที่สนใจควรเตรียมความพร้อมให้สอดคล้องกับเกณฑ์ที่ภาครัฐ สปป. ลาว กำหนด ทั้งด้านความโปร่งใส ความสามารถด้านเทคนิคและการเงิน และมาตรฐาน ESG รวมถึงสามารถใช้จุดแข็งด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ไทยมีความเชี่ยวชาญเป็นข้อได้เปรียบในการเข้าสู่ตลาดนี้
ที่มาภาพ: Facebook: Savanhphathana News
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (ข่าว BIC สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต)
ในปี 2567 บริษัทเอกชนจีน LXML แขวงสะหวันนะเขต ตั้งเป้าหมายผลิตทองคำ 6.2 ตัน และทองแดง 5,305 ตัน <https://savannakhet.thaiembassy.org/th/content/lxmlsvk2024>
แหล่งอ้างอิง
- Facebook: Savanhphathana News ประจำวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 <https://www.facebook.com/savanphatththananews/posts/pfbid0rkALh7tYxrtMwFs3yMnxCeaCyccHQgm37xKSopCvGcQFDkSF6Hb3CpoV3u2F5Q25l>
- บริษัท Lane Xang Minerals Limited Company ประจำวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 <https://lxml.la/en/news/news/news/lxml-celebrates-grand-opening-of-discovery-deeps-2-underground-mine-marking-a-new-era-for-modern-mining-at-sepon/>
- Ministry of Industry and Commerce ประจำวันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ. 2026 <https://www.facebook.com/moic.gov.la/posts/pfbid0jy7byibfm6VHRPHKQ77DmAbmurRHz6Zfai9if1JfWaNVKFDPSCrTKPC8KDcAMFJgl>
- TVsavannakhet ประจำวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 2026 <https://www.facebook.com/reel/1540818670861454>
- แผนกอุตสาหกรรมและการค้าแขวงสะหวันนะเขต (มูลค่าการส่งออก - นำเข้าสินค้า ประจำ 6 เดือนต้นปี ค.ศ. 2026)
**************
Royal Thai Consulate-General, Savannakhet