เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ นำคณะผู้แทนจากหน่วยงานทีมประเทศไทยประจำ สปป. ลาว เยือนแขวงสะหวันนะเขต
วันที่นำเข้าข้อมูล 22 ก.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 22 ก.ค. 2569
เมื่อวันที่ 21-22 กรกฎาคม 2569 นายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ให้การต้อนรับนางครองขนิษฐ รักษ์เจริญ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากหน่วยงานทีมประเทศไทยประจำ สปป. ลาว ประกอบด้วย พันเอก สุริยัน จิ๋วเจริญ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบกและรักษาการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร นายทวีป ราชาภักดี อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูตฯ และทีมประเทศไทย ซึ่งเดินทางมาเยือนแขวงสะหวันนะเขตอย่างเป็นทางการ โดยมีกิจกรรมที่สำคัญระหว่างการเยือน ดังนี้
1. การเข้าเยี่ยมคารวะผู้บริหารระดับสูงของแขวงสะหวันนะเขต
เอกอัครราชทูตฯ ได้นำคณะเข้าเยี่ยมคารวะนายบุนโจม อุบนประเสิด เลขาธิการคณะบริหารงานพรรคแขวงสะหวันนะเขตและประธานสภาประชาชนแขวงสะหวันนะเขต และนางดาววอน ไซสุเลียน รองเลขาธิการคณะบริหารงานพรรคแขวงสะหวันนะเขตและประธานคณะกรรมการปกครองแขวงสะหวันนะเขต ณ ห้องว่าการแขวงสะหวันนะเขต โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานต่าง ๆ ของแขวงสะหวันนะเขต ได้แก่ หัวหน้ากองบัญชาการ ปกส หัวหน้าแผนกวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว หัวหน้าแผนกการต่างประเทศ หัวหน้าแผนกการเงิน หัวหน้าแผนกอุตสาหกรรมและการค้า รวมทั้งผู้แทนจากคณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน กองบัญชาการกองทัพประชาชน และสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแขวงสะหวันนะเขต เข้าร่วมด้วย
ทั้งสองฝ่ายแสดงความยินดีที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและ สปป. ลาว โดยเฉพาะในระดับภูมิภาคระหว่างจังหวัดชายแดนของไทยและแขวงชายแดนของ สปป. ลาว มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น พร้อมยืนยันความพร้อมในการสานต่อและผลักดันความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเห็นพ้องที่จะยกระดับโครงการศูนย์พัฒนาและบริการกสิกรรม-ป่าไม้แขวงสะหวันนะเขต (หนองเต่า) ตามพระราชดำริไปสู่การเป็นศูนย์พัฒนาพันธุ์สัตว์และพันธุ์พืชต้นแบบสำหรับเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคด้านกสิกรรมนำไปสู่การสร้างรายได้และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูตฯ ได้เป็นผู้แทนร่วมอนุโมทนาบุญสมทบทุนการก่อสร้างการก่อสร้าง "พระพุทธสุวรรณมงคลสมบูรณ์โชคโลกเชษฐวิเศษศาสดา" หรือ "พระเจ้าใหญ่ประทานพรสมบูรณ์โชค" ของแขวงสะหวันนะเขต เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพไทย-สปป. ลาว ด้านศาสนาและวัฒนธรรมสองฝั่งโขง
2. การเยี่ยมชมเขตเศรษฐกิจพิเศษแขวงสะหวันนะเขต หรือ Savan Park
เอกอัครราชทูตฯ ได้นำคณะเยี่ยมชม Savan Park โดยได้รับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับการบริหารจัดการและศักยภาพของ Savan Park จาก ดร. ทะนงไซ สุกคำทัด หัวหน้าคณะคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ และนาย Jean-Pierre Grzelczyk ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สะหวันโลจิสติกส์ จำกัด (ท่าบกสะหวันนะเขต) พร้อมทั้งเยี่ยมชมด่านสากลสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (จุดผ่านแดนขนส่งสินค้า) และท่าบกสะหวันนะเขต เพื่อรับทราบขั้นตอนการอำนวยความสะดวกการนำเข้า-ส่งออกสินค้าข้ามแดนไทย-ลาว
ในโอกาสดังกล่าว เอกอัครราชทูตฯ และคณะได้เยี่ยมชมกิจการของบริษัท ไฮเทค สะหวันนะเขต แอปพาเรล จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทสัญชาติไทยที่มาลงทุนใน Savan Park ผลิตชุดกีฬาให้แก่แบรนด์ชั้นนำ โดยนำเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในกระบวนการผลิตและประสบความสำเร็จในการดึงดูดแรงงานในพื้นที่
3. การเยี่ยมโรงงานบริษัท น้ำตาลมิตรลาว จำกัด
เอกอัครราชทูตฯ ได้นำคณะเยี่ยมชมโรงงานของบริษัท น้ำตาลมิตรลาว จำกัด โดยมีนายวีระศักดิ์ พลอาจ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัทฯ ให้การต้อนรับ
ในโอกาสดังกล่าว เอกอัครราชทูตฯ ได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายในการประกอบธุรกิจใน สปป. ลาว เพื่อหาแนวทางในการสนับสนุนเชิงนโยบายให้แก่ธุรกิจของผู้ประกอบการไทยใน สปป. ลาว
ทั้งนี้ บริษัท น้ำตาลมิตรลาว จำกัด เป็นบริษัทในเครือกลุ่มมิตรผลของไทย ปัจจุบันมีพื้นที่เพาะปลูกอ้อยกว่า 7,500 เฮกตาร์ กำลังการผลิตรวม 8,000 ตัน/วัน และสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน โดยรับซื้ออ้อยจากเกษตรกรในพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 86 ของวัตถุดิบทั้งหมด ผ่านการส่งเสริมการปลูกอ้อยแก่เกษตรกรกว่า 3,000 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ในแขวงสะหวันนะเขตและแขวงคำม่วน นับเป็นหนึ่งในบริษัทไทยที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาท้องถิ่นของ สปป. ลาว
การเยือนแขวงสะหวันนะเขตในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ไทย-สปป. ลาว ระดับภูมิภาค โดยนอกจากจะได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับผู้บริหารระดับสูงของแขวงสะหวันนะเขตแล้ว เอกอัครราชทูตฯ และคณะ ยังได้สำรวจโอกาสทางเศรษฐกิจและรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบการไทยในพื้นที่ เพื่อหาแนวทางส่งเสริมและพัฒนาเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตฯ และคณะ ยังได้เยี่ยมชมและสักการะพระธาตุอิงฮัง สถานที่สำคัญทางศาสนาคู่บ้านคู่เมืองของแขวง รวมทั้งเยี่ยมชมพื้นที่พัฒนาเชิงบูรณาการริมแม่น้ำโขงซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของนครไกสอน พมวิหาน เพื่อส่งเสริมท่องเที่ยว เศรษฐกิจ/การค้า รวมทั้งเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับประชาชน

Royal Thai Consulate-General, Savannakhet