วันที่นำเข้าข้อมูล 20 พ.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 20 พ.ค. 2569
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนแขวงอัดตะปือลงนามสัญญาสัมปทาน (Concession Agreement: CA) โครงการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ผ่านการปลูกผลไม้เศรษฐกิจ โดยเฉพาะทุเรียน ควบคู่กับการฟื้นฟูพื้นที่ป่า ร่วมกับบริษัทเอกชนลาวจำนวน 6 ราย บนพื้นที่รวม 528.02 เฮกตาร์ (ประมาณ 3,300.13 ไร่) ที่บ้านแบ่งวิไลและบ้านพอนมะนี เมืองสะหนามไซ แขวงอัดตะปือ โดยมีนายสุลิวง อะไพวง รองประธานคณะกรรมการปกครองแขวงอัดตะปือ พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
โครงการดังกล่าวมีระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม สร้างงานให้ประชาชนในท้องถิ่น และพัฒนาทุเรียนให้เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของแขวง ภายใต้แนวทางการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่และยั่งยืน โดยพื้นที่สัมปทานแบ่งออกเป็น 2 หมู่บ้านเป้าหมาย ดังนี้
1. บ้านพอนมะนี มีพื้นที่รวม 343.23 เฮกตาร์ (ประมาณ 2,145.19 ไร่) ประกอบด้วย 4 บริษัท ดังนี้
1.1 บริษัท แสงคำ พัฒนาครบวงจร จำกัดผู้เดียว (Seng Kham Development Agricultural Sole Co., Ltd.) ได้รับพื้นที่สัมปทาน 85.63 เฮกตาร์ (ประมาณ 535.19 ไร่)
1.2 บริษัท เมกมูนคำ ขาเข้า-ขาออก และกสิกรรมครบวงจร จำกัดผู้เดียว (Mekmuonkham Import-Export and Agriculture Complete Sole Co., Ltd.) ได้รับพื้นที่สัมปทาน 84.12 เฮกตาร์ (ประมาณ 525.75 ไร่)
1.3 บริษัท วันซะนะ กสิกรรมและก่อสร้างครบวงจร จำกัดผู้เดียว (Vansana Agriculture and Construction Complete Sole Co., Ltd.) ได้รับพื้นที่สัมปทาน 78.14 เฮกตาร์ (ประมาณ 488.38 ไร่)
1.4 บริษัท เวียงสะไหม พัฒนากสิกรรม และก่อสร้างครบวงจร จำกัดผู้เดียว ได้รับพื้นที่สัมปทาน 95.34 เฮกตาร์ (ประมาณ 595.87 ไร่)
2. บ้านแบ่งวิไล มีพื้นที่รวม 184.79 เฮกตาร์ (ประมาณ 1,154.94 ไร่) ประกอบด้วย 2 บริษัท ดังนี้
2.1 บริษัท แสงอาลุน ขาเข้า-ขาออก กสิกรรม และบ่อแร่ จำกัดผู้เดียว (Sengaloun Import-Export Agriculture and Mining Sole Co., Ltd.) ได้รับพื้นที่สัมปทาน 87.69 เฮกตาร์ (ประมาณ 548.06 ไร่)
2.2 บริษัท แสงไซ ขาเข้า-ขาออก และกสิกรรมครบวงจร จำกัดผู้เดียว (Sengxay Import-Export And Agriculture Complete Sole Co., Ltd.) ได้รับพื้นที่สัมปทาน 97.10 เฮกตาร์ (ประมาณ 606.88 ไร่)
ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการปกครองแขวงอัดตะปือประจำเดือนพฤษภาคม เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายกงใจ สีดาวง หัวหน้าแผนกกสิกรรมและสิ่งแวดล้อมแขวงอัดตะปือ ได้รายงานสถานการณ์การปลูกทุเรียนของแขวงอัดตะปือว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกแล้ว 2,247 เฮกตาร์ (ประมาณ 14,043.75 ไร่) และมีแผนผลักดันให้ประชาชนและภาคเอกชนปลูกเพิ่มอีก 5,520 เฮกตาร์ (ประมาณ 34,500 ไร่) ในช่วงฤดูฝนปีนี้ ซึ่งจะทำให้แขวงอัดตะปือมีพื้นที่ปลูกทุเรียนรวมในปี 2569 ทั้งสิ้น 7,767 เฮกตาร์ (ประมาณ 48,543.75 ไร่) คาดว่ามีต้นทุเรียนรวมประมาณ 955,324 ต้น
การให้สัมปทานพื้นที่จำนวนมากเพื่อปลูกทุเรียนของแขวงอัดตะปือแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการส่งเสริมการเกษตรเชิงเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ตลอดจนการผลักดันให้ทุเรียนกลายเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของแขวงอัดตะปือและ สปป. ลาว ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกทุเรียนรายใหญ่ไปยังตลาดจีน ซึ่งส่วนหนึ่งใช้เส้นทางขนส่งผ่านรถไฟลาว-จีน และเส้นทางหมายเลข 12 ของ สปป. ลาว
สำหรับผู้ประกอบการไทย การเพิ่มพื้นที่ปลูกทุเรียนในลาวอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับข้อได้เปรียบของลาวด้านระยะทางการขนส่งสู่จีน ตลอดจนต้นทุนแรงงานที่ต่ำกว่า มีแนวโน้มที่จะเพิ่มแรงกดดันต่อโครงสร้างราคาทุเรียนในตลาดจีนในระยะกลางถึงระยะยาว ทิศทางดังกล่าวเป็นสัญญาณที่ผู้ส่งออกทุเรียนไทยควรตระหนักและเร่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในตลาดพรีเมียมซึ่งไทยมีข้อได้เปรียบจากการสั่งสมชื่อเสียงด้านคุณภาพ การควบคุมมาตรฐานการผลิต และระบบตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) และการรับรองมาตรฐานสากลที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยที่มีความเชี่ยวชาญในห่วงโซ่อุปทานทุเรียน อาทิ เทคโนโลยีการเพาะปลูก ระบบการเก็บเกี่ยวและคัดเกรด การแปรรูป ระบบ cold chain และการบริหารการส่งออก ยังสามารถพิจารณาขยายบทบาทเข้าสู่ตลาดลาวในฐานะผู้ให้บริการเชิงเทคนิคและคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อใช้ประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมในพื้นที่ พร้อมรักษาบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานทุเรียนของภูมิภาคในระยะยาว
ที่มาภาพ: Facebook: ข่าวสารออนไลน์อัดตะปือ
แหล่งอ้างอิง
*หมายเหตุ พื้นที่ 1 เฮกตาร์ เท่ากับ 6.25 ไร่
**************