ประธานประเทศ สปป. ลาว เยือนแขวงจำปาสักและแขวงเซกอง เยี่ยมชมการลงทุนด้านบรรจุภัณฑ์ ทุเรียน และโสม

ประธานประเทศ สปป. ลาว เยือนแขวงจำปาสักและแขวงเซกอง เยี่ยมชมการลงทุนด้านบรรจุภัณฑ์ ทุเรียน และโสม

วันที่นำเข้าข้อมูล 22 มิ.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 22 มิ.ย. 2569

| 86 view

เมื่อวันที่ 10 - 11 มิถุนายน 2569 นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ สปป. ลาว เดินทางเยือนแขวงจำปาสักและแขวงเซกอง โดยมี ดร.อาลุนไซ สูนนะลาด ประธานสภาประชาชนแขวงจำปาสัก และนายบุนหลาย บุดทิ ประธานสภาประชาชนแขวงเซกอง พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ และได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมธุรกิจเอกชนที่มีศักยภาพในทั้งสองแขวง ดังนี้

1. บริษัท ลาวจูนเซิง ผลิตเครื่องหุ้มห่อสินค้ากสิกรรม จำกัดผู้เดียว (Lao Juncheng Agricultural Production Packaging Sole Co., Ltd.)

บริษัทเอกชนจีนลงทุนทั้งหมด มีโรงงานตั้งอยู่ที่บ้านหลัก 19 เมืองบาเจียงจะเลินสุก แขวงจำปาสัก บนพื้นที่ 6.3 เฮกตาร์ (ประมาณ 39 ไร่) มูลค่าการลงทุน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ปัจจุบันมีพนักงาน 80 คน ซึ่งร้อยละ 90 เป็นแรงงานท้องถิ่น โดยบริษัทมีนโยบายพัฒนาแรงงานท้องถิ่นให้ทดแทนผู้เชี่ยวชาญจากจีนในอนาคต

โรงงานมีกำลังการผลิตกล่องกระดาษประมาณ 200,000 ชุดต่อวัน หรือกว่า 72 ล้านชุดต่อปี วัตถุดิบบางส่วนจัดหาจากโรงงานในแขวงสะหวันนะเขตและนครหลวงเวียงจันทน์ ส่วนกระดาษขาวและสารเคมีนำเข้าจากต่างประเทศ ผลิตภัณฑ์จำหน่ายให้แก่โครงการปลูกกล้วยในแขวงอัตตะปือและแขวงสาละวัน โครงการปลูกเงาะและโรงงานผลิตตะปูในแขวงจำปาสัก นอกจากนี้ยังมีแผนขยายตลาดไปยังโรงงานเบียร์ลาว โรงงานกาแฟดาว และโรงงานอื่น ๆ ตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าบรรจุภัณฑ์จากต่างประเทศได้

Champa-Se1        Champa-Se2  

 

2. สวนทุเรียนโซกไซ

ตั้งอยู่ที่บ้านหลัก 28 เมืองบาเจียงจะเลินสุก แขวงจำปาสัก มีนายไพวัน ทำมะวงเป็นเจ้าของ เป็นสวนทุเรียนต้นแบบที่มีศักยภาพด้านการส่งออกและสอดคล้องกับมาตรฐานตลาดต่างประเทศ สวนมีพื้นที่ประมาณ 13 เฮกตาร์ (ประมาณ 81 ไร่) ปลูกทุเรียนเกือบ 2,000 ต้น ประกอบด้วยพันธุ์หมอนทอง 1,950 ต้น พันธุ์มูซานคิง 10 ต้น พันธุ์พวงมาลัย 20 ต้น และพันธุ์นกกระจิบ 10 ต้น ได้ผลผลิตเฉลี่ย 100 - 140 ตันต่อปี โดยจัดเกรด A ถึง D เพื่อจำหน่ายทั้งภายในและต่างประเทศ ปัจจุบันสวนโซกไซเป็นสมาชิกสมาคมธุรกิจทุเรียนลาว และมีสัญญาซื้อขายกับบริษัท อิเลฟเว่น โกลเด้น ฟรุ๊ต จำกัดผู้เดียว (Eleven Golden Fruit Sole Co., Ltd.) เพื่อส่งออกไปยังจีน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายเอลาวัน ลาดปากดี ประธานบริษัท อิเลฟเว่น โกลเด้น ฟรุ๊ต จำกัดผู้เดียว ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับนาย Gao Qiuyu ประธานบริษัท Nanjing Qiandu Culture Technology Co., Ltd. จากจีน ในการซื้อทุเรียนจากลาวส่งไปยังจีน ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าด้านผลิตภัณฑ์เกษตรกับจีน

อนึ่ง ในภาพรวม แขวงจำปาสักมีพื้นที่ปลูกทุเรียนเกือบ 4,000 เฮกตาร์ (ประมาณ 25,000 ไร่) คาดว่าจะให้ผลผลิตประมาณ 16,730 ตันต่อปี ในจำนวนนี้เป็นผลผลิตคุณภาพสูงเพื่อการส่งออกประมาณ 3,980 ตัน

ทั้งนี้ การส่งออกทุเรียนลาวไปจีนมีพื้นฐานรองรับที่ชัดเจนขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เมื่อสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน (GACC) ประกาศข้อกำหนดการตรวจสอบและการกักกันโรคสำหรับการนำเข้าทุเรียนสดจาก สปป. ลาว ส่งผลให้ สปป. ลาว กลายเป็นประเทศที่ 6 ที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกทุเรียนสดไปยังจีนต่อจากไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และกัมพูชา โดยมีข้อกำหนดที่เข้มงวด เช่น การขึ้นทะเบียนรับรองสวนและโรงบรรจุภัณฑ์ การควบคุมศัตรูพืช การบรรจุภัณฑ์ตามมาตรฐานสากล การตรวจสอบก่อนส่งออก และการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช เป็นต้น

Champa-Se3      Champa-Se4

 

3. วิสาหกิจส่วนบุคคล โรงงานผลิตภัณฑ์โสมเคเฮิร์บ (K-HERB)

ตั้งอยู่ที่แขวงเซกอง เริ่มดำเนินกิจการเมื่อปี 2564 ในรูปแบบธุรกิจครัวเรือน โดยแปรรูปโสมเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากผลิตภัณฑ์เริ่มต้น 3 ชนิด ได้แก่ เหล้าดองโสม โสมกวน และชาโสม ปัจจุบัน K-HERB ได้พัฒนาขยายเป็น 8 ผลิตภัณฑ์ เช่น เหล้าดองโสมขิงดำ เหล้าดองโสมเห็ดหลินจือ ชาโสมอบแห้ง โสมดองน้ำผึ้ง และคุกกี้โสม โดยใช้วัตถุดิบที่รับซื้อจากประชาชนในพื้นที่ตามราคาตลาด ช่วยสร้างรายได้และใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จำหน่ายในประเทศ เป็นที่นิยมในฐานะของฝากสำหรับแขกทั้งในและต่างประเทศ และได้รับการรับรองเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งเมืองหนึ่งผลิตภัณฑ์ (ODOP) ของแขวงเซกอง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567

ทั้งนี้ โสมเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ตามธรรมชาติบนพื้นที่ภูเขาสูงอากาศหนาวของเมืองดากจึงและเมืองกะลืม และประชาชนได้นำมาปลูกด้วยวิธีดั้งเดิมตามไร่ธรรมชาติจนได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น

  Champa-Se5        Champa-Se6  

 

การลงพื้นที่ของประธานประเทศ สปป. ลาว สะท้อนให้เห็นว่าผู้นำระดับสูงให้ความสำคัญกับการผลักดันการลงทุนภาคเอกชนอย่างจริงจัง ซึ่งส่งผลต่อโอกาสและความท้าทายสำหรับไทย ดังนี้

(1) โรงงานบรรจุภัณฑ์ที่แขวงจำปาสักจะช่วยให้ สปป. ลาว ลดการนำเข้าบรรจุภัณฑ์จากต่างประเทศได้ ซึ่งรวมถึงจากไทย อย่างไรก็ดี ยังมีช่องทางสำหรับความร่วมมือด้านวัตถุดิบและการผลิตบรรจุภัณฑ์ร่วมกัน โดยเฉพาะในส่วนที่โรงงานยังต้องพึ่งพาการนำเข้า

(2) การเปิดตลาดจีนให้ทุเรียนลาวเป็นพัฒนาการที่ควรติดตาม เนื่องจากจีนเป็นตลาดส่งออกทุเรียนหลักของไทย อย่างไรก็ดี ไทยยังมีความได้เปรียบด้านชื่อเสียงและคุณภาพในตลาดพรีเมียม ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ควรรักษาไว้ ขณะเดียวกันก็มีโอกาสสำรวจความร่วมมือกับผู้ประกอบการลาวในด้านเทคนิควิชาการ การผลิต และการจำหน่าย

(3) โรงงาน K-HERB เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการต่อยอดสมุนไพรพื้นเมืองสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งเป็นตลาดที่ไทยมีความเชี่ยวชาญและสามารถเชื่อมโยงกับโสมลาวเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้

ทั้งนี้ ทั้งสามกรณีชี้ให้เห็นว่าการลงทุนใน สปป. ลาว กำลังขยายตัวอย่างมีทิศทาง หากไทยสามารถสร้างความร่วมมือกับนักลงทุนในลาวในสาขาที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรมก็จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการค้าและการลงทุนในตลาดลาวได้อย่างยั่งยืน

 

แหล่งอ้างอิง:

  1. Facebook: Champamai Newspaper ประจำวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2026 <https://shorturl.asia/uf2vb>
  2. Facebook: ข่าวสารกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม ประจำวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 2026 <https://shorturl.asia/pKTny>
  3. Facebook: ข่าวเซกอง ประจำวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 2026 <https://shorturl.asia/MgW29>
  4. Lao Youth Radio FM 90.0 Mhz ประจำวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2026 <https://shorturl.asia/L7m4R>
  5. Lao News Agency ประจำวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 2026

<https://kpl.gov.la/En/detail.aspx?id=101242>

  1. Produce Report ประจำวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 2025 <https://www.producereport.com/article/fresh-laotian-durians-approved-import-china>
  2. General Administration of Customs of China: (Regarding the Inspection and Quarantine Requirements for Export of Fresh Durian from Lao PDR to China) ประจำวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 2025 <https://www.foodgacc.com/china-customs-ciqcode-gacc-registration-cifer-approved-list-export-of-durian-from-laos#>

ที่มาภาพ: Facebook: Champamai Newspaper, ข่าวสารกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม, ข่าวเซกอง และ Lao News Agency

*หมายเหตุ: พื้นที่ 1 เฮกตาร์ เท่ากับ 6.25 ไร่

**************